อินเทอร์พรีเตอร์ กับ คอมไพเลอร์ มันคืออะไร

โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่น่าสนใจ

อินเทอร์พรีเตอร์ กับ คอมไพเลอร์ มันคืออะไร

Interpreter

การสั่งคอมพิวเตอร์ให้ทำงานนั้น หากย้อนไปในอดีตเราต้องสั่งด้วยภาษาเครื่องเพื่อให้เข้าใจและทำงานได้เลย อย่างภาษาเครื่องด้วยตัวเลขฐานสอง (เลข 0 กับ เลข 1) ซึ่งกว่าสั่งได้แต่ละครั้งต้องเขียนคำสั่งยาวมาก จึงมีการพัฒนาคำสั่งขึ้นมาให้ง่ายขึ้น แล้วใช้ตัวแปลคำสั่งดังกล่าวไปเป็นคำสั่งเครื่องเพื่อบังคับให้เครื่องทำงานตามต้องการอีกทีหนึ่งว่าแต่คำสั่งแปลพวกนี้มันคืออะไร

โปรแกรมแปลงคำสั่ง

เราขออธิบายเพิ่มเติมอีกหน่อย โปรแกรมแปลงคำสั่งก็คือ โปรแกรมที่ทำหน้าที่แปลงภาษาคอมพิวเตอร์ที่ผ่านภาษาต่างๆไม่ว่าจะเป็น ภาษาซี , ภาษาจาวา, ภาษาสวิฟท์, ภาษาไพธอน ,พีเอชพี, จาวา มาแปลงเป็นคำสั่งของเครื่อง จากนั้นส่งคำสั่งเหล่านั้นไปให้เครื่องรับรู้และสั่งการ เพื่อแสดงผลให้เราเข้าใจอีกครั้งหนึ่ง ปัจจุบันมีโปรแกรมแปลงคำสั่งดังกล่าวอยู่สองแบบคือ อินเทอร์พรีเตอร์ กับ คอมไพเลอร์ มันคืออะไร

เริ่มจากคอมไพเลอร์ก่อน มันทำหน้าที่แปลงภาษาที่เราเขียนขึ้นมาแล้วก็นำไปสั่งการกับเครื่องอีกครั้งหนึ่ง ระบบการทำงานก็คือ เราต้องเขียนโค้ดคำสั่งทั้งหมดทั้งชุดให้เสร็จเสียก่อน แล้วก็นำเข้าโปรแกรมคอมไพเลอร์ ตัวโปรแกรมอ่านทั้งหมดเพื่อสแกนข้อผิดพลาดก่อน หากพบข้อผิดพลาดตัวโปรแกรมไม่รันระบบให้พร้อมกับนำเสนอข้อผิดพลาดให้เราแก้ไขก่อนจึงสามารถรันโค้ดดังกล่าวต่อไปได้ ข้อดีของมันเป็น หากผ่านการสแกนของมันไปได้นั่นแสดงว่าโอกาส error มีน้อยมากเพราะมันอ่านคำสั่งทั้งชุดไปแล้ว แต่ข้อเสียก็เป็นตัวมันเองมีข้อจำกัด กฎ ระเบียบค่อนข้างเยอะเลยทำให้การเขียนโค้ดคำสั่งอาจยากหน่อย ผู้เขียนหลายคนอาจไม่ชอบตรงนี้เท่าไร ความจุกจิกตรงนี้ใช้เวลานานทีเดียวกว่าเข้าใจมันได้ การใช้คอมไพเลอร์อยู่คู่กับภาษาโปรแกรมอย่าง ภาษาซี, ภาษาซีพลัส, ภาษาจาวา, ภาษาโก, ภาษาสวิฟท์ เป็นต้น

อินเทอร์พรีเตอร์

ต่อมาเป็นอินเทอร์พรีเตอร์ ซึ่งมันก็เหมือนคอมไพเลอร์ นั่น การแปลงคำสั่งจากภาษาที่เราเขียนขึ้นมา เป็นคำสั่งของเครื่องที่ให้มันเข้าใจและทำงานได้อย่างดี แต่ระบบการทำงานของมันไม่เหมือนกัน กล่าวอินเทอร์พรีเตอร์ อ่านโค้ดที่เราเขียนมาทีละบรรทัด แล้วเช็คไปในตัวได้เลยว่าทำงานได้หรือไม่ ข้อดีของการทำงานแบบนี้ก็มันทำงานเร็วกว่า เพราะไม่ได้อ่านทั้งไฟล์ อ่านทีละบรรทัดเท่านั้น แต่ข้อเสียที่ต้องแลกมาก็ โค้ดที่เราเขียนมานั้นโอกาสเกิด error ได้มากกว่า เพราะมันไม่ได้อ่านโค้ดทั้งหมด จึงทำให้นักพัฒนาอาจต้องเจอกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันระหว่างรันโปรแกรมได้เลยจนต้องกลับมาแก้กันใหม่ ส่วนภาษาที่ใช้ระบบนี้ก็เป็น ภาษาไพธอน , จาวาสคริปต์, พีเอชพี,จาวา เอาล่ะขออธิบายความแตกต่างของตัวแปลงคำสั่งทั้งสองตัวไว้เพียงแค่นี้