Month: November 2017

การเกิดสุริยุปราคาที่มีความนานที่สุดในโลก

Full eclipse

แม้ว่าการเกิดสุริยุปราคาจะมีให้เห็นกันบ้างแม้ไม่บ่อยเท่าไหร่นักแต่หากนับการเกิดในทุกๆ รูปแบบก็ยังถือว่าในช่วงชีวิตของคนๆ หนึ่งยังพอมีโอกาสที่จะเกิดปรากฏการณ์นี้ขึ้นได้ ทว่าการเกิดสุริยุปราคาที่เรียกกันว่า สุริยุปราคาเต็มดวง ต้องยอมรับว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นกันได้ง่ายาๆ บนโลกใบนี้เพราะจะต้องมีความพอดีกันทุกอย่างจึงจะเกิดปรากฏการณ์ในลักษณะดังกล่าวได้ ด้วยเหตุนี้เวลาที่สถานที่ใดสามารถคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดสุริยุปราคาแบบเต็มดวงผู้คนจำนวนไม่น้อยจะพยายามหาโอกาสเดินทางไปยังสถานที่นั้นๆ เพื่อจะได้ติดตามการเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงอย่างใกล้ชิด การเกิดสุริยุปราคาเต็มดวง การเกิดสุริยุปราคาเต็มดวง หรือ Total Eclipse สามารถเกิดขึ้นได้เมื่อคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 28% คนที่ได้พบเห็นส่วนใหญ่แล้วจะเกิดความประทับใจเป็นอย่างมากเพราะว่าเขาจะได้เห็นท้องฟ้าในเวลากลางวันแปรเปลี่ยนเหมือนกับเป็นเวลากลางคืนจนสามารถมองเห็นดวงดาวที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าได้ ที่สำคัญรอบๆ ดวงอาทิตย์จะเห็นเป็นแสงสีเงินยวงของรัศมีโคโรนาคล้ายกับมงกุฎที่ครอบดวงอาทิตย์เอาไว้ การเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงที่นานที่สุด จากบันทึกของการเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงที่นานทีสุดในเวลานี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เริ่มต้นมาตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 ก่อนที่จะข้ามเข้ามาสู่วันดังกล่าว เงามืดได้เริ่มทำการพาดผ่านทางตอนเหนือของประเทศอินเดียนับตั้งแต่ที่ดวงอาทิตย์เริ่มขึ้นจากขอบฟ้าจากนั้นเข้าสู่ประเทศเนปาล, บังคลาเทศ, ภูฐาน และเมียนมาร์ จากนั้นก็เข้าสู่ประเทศจีนตอนกลาง เงามืดดังกล่าวได้พาดผ่านหลายเมืองสำคัญของจีน ก่อนจะพาดผ่านไปสู่มหาสมุทรแปซิฟิกแล้วสิ้นสุดเมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าที่เหนือมหาสมุทรแปซิฟิก ปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวงดังกล่าวได้มีการบดบังดวงอาทิตย์เป็นเวลานานถึง 6 นาที 39 วินาที ถือว่าเป็นการเกิดสุริยุปราคาที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่เกิดสุริยุปราคาครั้งก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2534 นอกจากนี้การเกิดสุริยุปราคาครั้งดังกล่าวยังถือว่ายาวนานที่สุดในศตวรรษที่ 21 เลยด้วย สำหรับประเทศไทยการเกิดสุริยุปราคาเมื่อวันดังกล่าวจะมองเห็นเพียงแค่บางส่วนเท่านั้น ทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเริ่มมองเห็นตั้งแต่เวลา 07.02 น. […]

สุริยุปราคาครั้งแรกของประเทศไทย

การเกิดสุริยุปราคาสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่บนโลกใบนี้ บางคนก็เรียกเหตุการณ์ทีเกิดนี้ว่า สุริยคราส เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติประเภทหนึ่ง ถือว่าเป็นปรากฏการณ์ที่มีความน่าสนใจ น่าตื่นเต้น มีความสวยงาม และมักสร้างความประทับใจให้กับผู้ที่พบเห็นได้อยู่เสมอ บ่อยครั้งเวลาที่มีการคาดการณ์ปรากฏการณ์สุริยุปราคาล่วงหน้าก็มักจะมีผู้คนให้ความสนใจและแห่เดินทางกันไปเป็นจำนวนไม่น้อยเพื่อเฝ้ารอชมปรากฏการณ์ธรรมชาตินี้ที่ไม่ได้เกิดขึ้นได้บ่อยมากนัก ปกติแล้วการเกิดสุรุยปราคาสามารถเกิดขึ้นได้หลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น สุริยุปราคาแบบเต็มดวง, สุริยุปราคาบางส่วน, สุริยุปราคาวงแหวน และสุริยุปราคาผสม ปรากฏการณ์สุริยุปราคาเกิดขึ้นได้อย่างไร ปรากฏการณ์สุริยุปราคาเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติเมื่อดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และโลก ได้โคจรมาเรียงอยู่ในแนวเดียวกันโดยที่ดวงจันทร์จะอยู่ตรงกลาง จะเกิดขึ้นเฉพาะในวันที่ดวงจันทร์นั้นตรงกับวันจันทร์ดับ เวลาที่มองเห็นจากพื้นโลกทำให้เห็นว่าดวงจันทร์เคลื่อนเข้ามาบดบังแสงของดวงอาทิตย์ โดยลักษณะการบังจะเป็นได้หลายแบบตามรูปแบบของสุริยุปราคาที่เกิดขึ้น ปกติแล้วปีหนึ่งจะสามารถเกิดสุริยุปราคาบนโลกได้ 2 ครั้ง แต่ไม่เกิน 5 ครั้ง แต่การเกิดสุริยุปราคาแบบเต็มดวงจะค่อนข้างเป็นไปได้ยากมากเนื่องจากว่าสุริยุปราคาเต็มดวงครั้งหนึ่งที่เกิดขึ้นจะเกิดในที่แคบๆ ในแถบเงามืดของดวงจันทร์ที่พาดผ่านเท่านั้น ซึ่งในประเทศไทยเองก็เคยเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคาอยู่หลายครั้งเหมือนกัน การเกิดสุริยุปราคาครั้งแรกของประเทศไทย หากจะว่ากันตามหลักฐานที่ได้มีการบันทึกเอาไว้สุริยุปราคาที่เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทยเกิดขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาเมื่อครั้งสมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงเป็นพระมหากษัตริย์โดยครั้งแรกพระองค์ได้ทรงเสด็จทอดพระเนตรร่วมกับบาทหลวงเยซูอิต ที่เป็นชาวฝรั่งเศสโดยได้เข้ามาเพื่อทำการเผยแพร่คริสต์ศาสนาพร้อมกันนี้ก็ได้มีการนำความรู้ด้านของดาราศาสตร์เข้ามายังประเทศไทยด้วยทำให้ได้มีโอกาสดำรงตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับดาราศาสตร์ในสมัยนั้น โดยสุริยุปราคาครั้งแรกของประเทศไทยตามบันทึกที่มีการลงลายลักษณ์อักษรเอาไว้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2228 เป็นสุริยุปราคาแบบเต็มดวง สมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้ทรงเสด็จทอดพระเนตรที่เมืองละโว้ โดยเป็นการทอดพระเนตรผ่านกล้องโทรทรรศน์ อย่างไรก็ตามหลักฐานอีกชิ้นก็บอกว่าการเกิดสุริยุปราคาครั้งที่สองของประเทศไทยก็เกิดขึ้นในสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชเช่นเดียวกันโดยเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2231 เป็นสุริยุปราคาบางส่วน จากบันทึกสันนิษฐานว่าพระองค์ท่านน่าจะทำการเสด็จทอดพระเนตร ณ พระตำหนักเย็น ทะเลชุบศร เป็นการทอดพระเนตรผ่านกล้องโทรทรรศน์อีกเช่นเคย ถือเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นในประเทศไทยมาตั้งแต่ครั้งอดีตกาลกันเลยทีเดียว

ย้อนรอยสุริยุปราคานานแค่ไหนแล้วที่ประเทศไทยไม่มีสุริยุปราคา

eclipse

การเกิดสุริยุปราคาไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นกันได้บ่อยๆ นั่นทำให้เวลาที่เกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติแบบนี้ขึ้นบนพื้นที่ใดก็ตามมักจะกลายเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลกไม่น้อย ประเทศไทยเองก็เคยเกิดเหตุการณ์ที่สามารถเห็นสุริยุปราคาได้อย่างชัดเจนอยู่หลายครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งเองก็ล้วนแล้วแต่สร้างความน่าตื่นเต้นและประทับใจให้กับคนที่ได้เฝ้ามองปรากฏการณ์นี้อยู่ตลอด ซึ่งจะว่าไปแล้วปรากฏการณ์สุริยุปราคาที่เกิดขึ้นครั้งล่าสุดในประเทศไทยเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2559 ย้อนรอยสุริยุปราคา 9 มีนาคม พ.ศ. 2559 เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคาแบบเต็มดวงเมื่อวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2559 โดยดวงจันทร์พาดผ่านมาระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ทำให้เกิดการขวางทางของดวงอาทิตย์ทั้งหมดและบางส่วนให้กับผู้คนบนโลกได้เห็นกัน สุริยุปราคาเต็มดวงเกิดขึ้นเมื่อเส้นผ่านศูนย์กลางปรากฏของดวงจันทร์มีขนาดใหญ่กว่าเส้นผ่านศูนย์กลางปรากฏของดวงอาทิตย์ ทำให้เกิดการสกัดแสงอาทิตย์ออกไปทั้งหมด ความมืดจึงค่อยๆ ปกคลุมและเกิดเป็นสุริยุปราคาเต็มดวง เกิดในวิถีแคบผ่านพื้นผิวของโลก สุริยุปราคาสามารถเห็นได้บางส่วนเหนือภูมิภาคโดยรอบกว้างกว่าหลายพันกิโลเมตร ความส่องสว่าง 1.0450 ช่วงเวลาที่คราสเต็มดวงนานที่สุดใช้เวลา 4 นาที 9 วินาที ส่วนใหญ่เห็นได้จากมหาสมุทรแปซิฟิก จุดเริ่มต้นมาจากอินโดนีเซียก่อนจะไปจบที่มหาสมุทรแปซิฟิกตอนเหนือ ส่วนพื้นที่ของประเทศไทยนั้นสามารถเห็นสุริยุปราคาครั้งนี้ได้ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2559 ทั่วประเทศจะเกิดเป็นสุริยุปราคาบางส่วน ดวงจันทร์ได้ทำการบดบังดวงอาทิตย์มากที่สุดตรงพื้นที่ของอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ประมาณ 69% ถือว่าเป็นการเกิดสุริยุปราคาที่ได้รับความสนใจอย่างมากในประเทศไทย ย้อนรอยสุริยุปราคาครั้งสำคัญในประเทศไทย วันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2411 ได้เกิดสุริยุปราคาเต็มดวงขึ้นที่สำคัญตรงตามเวลาที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงคำนวณเอาไว้อย่างพอดิบพอดีที่ตำบลหว้ากอ จ. […]

เทคนิคการทำกล้องดูสุริยุปราคาแบบง่ายๆ

การเกิดสุริยุปราคาเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่อาจไม่เห็นกันบ่อยมากนักในช่วงชีวิตคนๆ หนึ่ง นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าเวลาเกิดปรากฏการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นคนส่วนใหญ่จึงรู้สึกว่ามีความตื่นตัวกันเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือเอกชนที่มักจะมีการจัดกิจกรรมให้ทุกคนได้มีโอกาสได้ดูสุริยุปราคาแบบชัดเจนในขณะที่หลายคนเองก็พยายามหาวิธีในการจะดูสุริยุปราคาให้ได้สักครั้งในชีวิต ซึ่งรูปแบบในการดูสุริยุปราคาก็มีหลากหลายที่สำคัญเราทุกคนสามารถทำอุปกรณ์ขึ้นมาเพื่อดูสุริยุปราคาเองได้ด้วย วิธีในการดูสุริยุปราคา อย่างไรก็ตามสิ่งแรกที่เป็นข้อห้ามอย่างมากที่สุดในการดูสุริยุปราคาก็คือ ห้ามมองดูด้วยตาเปล่าเป็นอันขาดเนื่องจากแสงของดวงอาทิตย์อาจทำร้ายสายตาของเราได้ นอกจากนี้ยังห้ามมองผ่านกล้องถ่ายรูป หรือกล้องส่องทางไกลที่ไมได้มีอุปกรณ์สำหรับกันแสงเอาไว้ ห้ามมองผ่านแว่นกันแดด ฟิล์มเอ็กซเรย์ ฟิล์มขาวดำ และกระจกรมควัน เพราะแม้ว่าอุปกรณ์เหล่านี้จะช่วยลดความรุนแรงของแสงในการส่องมายังสายตาของเราได้แต่ก็ไม่ได้มีการสกัดกั้นรังสีอัลตราไวโอเลตกับรังสีอินฟาเรดไม่ให้เข้าสายตาเราได้ นั่นจะส่งผลให้อาจเกิดโรคต้อกระจก หรือหากร้ายแรงมากๆ อาจถึงขั้นตาบอดเลยก็ได้ แม้ว่าในกรณีหลังอาจไม่ได้เห็นผลในทันทีแต่ก็จะทำให้จอรับภาพเสื่อมในระยะยาวได้นั่นเอง อุปกรณ์ที่ใช้ในการดูสุริยุปราคา แว่นตากันแสงสุริยุปราคา – เป็นอุปกรณ์ที่สามารถหาซื้อได้ทั่วไป แต่ให้ทดสอบการกรองความเข้มข้นของแสงที่ 999% และป้องกันแสงอัลตราไวโอเลตกับแสงอินฟาเรดได้ 100% กล้องโทรทรรศน์ – การดูผ่านกล้องโทรทัศน์ต้องไม่ส่องดูแสงสุริยุปราคาโดยตรงเนื่องจากกล้องจะขยายแสงแรงมาก จะต้องดูบนฉากหรือใช้แผ่นกรองแสงดวงอาทิตย์ที่ได้สร้างเอาไว้ ต้องเน้นแบบครอบปิดหน้ากล้องไม่ใช่การปิดครอบเลนส์ตา เพราะอยู่ใกล้ตามากหากแตกแล้วแสงจะเข้าตาโดยตรงทำให้ตาบอดได้ การทำอุปกรณ์แบบง่ายๆ ในการดูสุริยุปราคา การทำแว่นดูสุริยุปราคา วิธีการก็ง่ายดายมากๆ เพียงแค่นำกระดาษชาร์ททำเป็นกรอบแว่น ขนาดประมาณ 5 นิ้ว x 5 นิ้ว จากนั้นตัดแผ่นกรองแสงหรือแผ่นฟิล์มเอ็กซเรย์ขนาด 1.5 นิ้ว x 2 นิ้ว เจาะกระดาษชาร์ทที่ตัดไว้เป็นรูปสี่เหลี่ยมขนาด 1 x 1.5 นิ้ว […]