Author: admin

แสงเหนือคืออะไร!! ที่ต้องขอให้เห็นสักครั้งในชีวิต

aurora

ถ้าเอ่ยคำว่าแสงเหนือ แสงใต้เชื่อได้เลยว่ามีหลายคนคงจะอยากพบเห็นสักครั้งในชีวิต เพราะเค้าว่ากันว่าเป็นลำแสงที่สวยงามมาก คนที่มีกระตังค์ซะหน่อยก็จัดทัวร์ไปตามล่าแสงเหนือกันอย่างน่าอิจฉา แต่ด้วยยุคสมัยที่โลกมีการวิวัฒนาการไปไกล เราก็สามารถดูแสงเหนือได้จากแอพลิเคชั่นทางสมาร์ทโฟนได้อย่างสบายๆ แต่วันนี้เราจะพาคุณๆให้ไปรู้จักกันก่อนว่าเจ้าแสงเหนือ แสงใต้ที่คนตามหากันมันคือแสงอะไร แสงเหนือ หรือที่เรียกกันว่า แสงออโรร่า บอเรลลีส (Aurora Borealis) โดยถูกพบขึ้นจากนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงของโลกคือ กาลิเลโอ กาลิเลอิ กล่าวคือ แสงเหนือคือปรากฎการณ์อันงดงามของธรรมชาติที่ส่องสว่างสวยงามตระการตาไปทั่วท้องฟ้า แลดูคล้ายหมู่ดาวและแสงจากท้องฟ้ากำลังเต้นระบำกันอย่างระยิบระยับ ซึ่งมีด้วยกันหลายสีสันเช่น แสงสีเขียว แสงสีฟ้า แสงสีม่วง แสงสีชมพู แดง เหลือง หรือสีม่วงอันลือชื่อ ซึ่งเราสามารถพบเห็นแสงออโรร่าได้ในบริเวณแถบขั้วโลก โดยมีการแบ่งอาณาเขตว่าถ้าพบทางเหนือจะถูกเรียกว่า “แสงเหนือ” หากพบในทางใต้จะถูกเรียกว่า “แสงใต้( Aurora Australia )”  และยังมีอีกแสงหนึ่งก็คือ แสงขั้วโลก (Aurora Polaris) ที่ใช้เรียกรวมแสงเหนือกับแสงใต้ ปรากฎการณ์แสงเหนือ-แสงใต้ เกิดจากการชนกันของก๊าซในชั้นบรรยากาศโลกกับอนุภาคไฟฟ้าที่ถูกปล่อยออกมาจากพลังงานแสงอาทิตย์ ทำให้เกิดการระเบิดเป็นลำแสงสีต่างๆกันออกไป ซึ่งการที่แสงมีสีแตกต่างกันนั่นเป็นเพราะว่าแสงนั้นเกิดขึ้นจากในช่วงชั้นบรรยากาศไหนและจากก๊าซอะไร ด้วยความสูงที่เหนือชั้นบรรยากาศ 100 กิโลเมตรขึ้นไป จะมีองค์ประกอบโมเลกุลไนโตรเจนและออกซิเจนเป็นส่วนมาก ดังนั้นระดับความสูงที่ 100-200 กิโลเมตร ช่วงระยะนี้จะมีโมเลกุลออกซิเจนที่ค่อนข้างหนาแน่นมาก ทำให้เกิดแสงออโรร่าสีเขียวออกเหลือง แต่ถ้าเป็นแสงเหนือสีแดงจะเกิดขึ้นได้ในชั้นบรรยากาศที่สูงเกิน […]

รวมเหตุการณ์การเกิดสุริยุปราคาในไทย

สุริยุปราคา

สุริยุปราคาเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อโลก  ดวงจันทร์  และดวงอาทิตย์โคจรมาอยู่ในแนวเดียวกัน โดยดวงจันทร์จะบอดบังดวงอาทิตย์ทำให้เกิดเป็นเงาปกคุมมาที่โลกจึงทำให้เป็นดวงจันทร์สีดำ ในหลายๆประเทศและหลายๆสถานที่ทั่วโลก เราเลยรวมรวบเหตุการณ์การเกิด สุริยุปราคา หรือ สุริยคราส ของแต่ปีมาให้ดูกัน “สุริยุปราคา จะเกิดขึ้นเฉพาะในเวลากลางวันและตรงกับ วันแรม 15 ค่ำ หรือ วันขึ้น 1 ค่ำ เท่านั้น” เมื่อวันที่  18 สิงหาคม พ.ศ. 2411 ครั้งนี้เป็นครั้งแรกในประเทศไทยซึ่งก็ตรงกับที่ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงคำนวณไว้ สถานที่ ที่ตำบลหว้ากอจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นี้ถือเป็นสุริยุปราคาหรือสุริยุปราคาเต็มดวงครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของไทย ที่คนไทยได้มีโอกาสได้เห็นเพราะการจะเกิดสุริยุปราคาแบบเต็มดวงนั้นไม่ใช่ว่าจะหาดูง่ายๆ 6 เมษายน พ.ศ. 2418 ครั้งนี้คนในกรุงเทพได้เห็นเหตุการณ์นี้ได้อย่างชัดเจน ถ้าย้อนไปที่สมัยก่อนเป็นกรุงรัตนโกสินทร์ที่เห็นเป็นครั้งแรกตั้งแต่ตอนนั้นมาครั้งนี้ก็ถือเป็นครั้งแรกของกรุงเทพเช่นกัน โดยกินหมดดวงเวลา 14:31:29 น. – 14:35:21 น. ตามเวลามาตรฐานประเทศไทยในปัจจุบัน แต่เส้นกึ่งกลางคราสไม่ผ่านกรุงเทพปรากฏการณ์สุริยุปราคา 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2472 ในครั้งนี้สามารถที่จะเห็นได้ชัดเจนที่จังหวัดสตูล สงขลา ยะลา ปัตตานี นราธิวาส ในครั้งที่พิเศษตรงที่ว่า […]

นี้คือแผนที่การเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคา 2017

นี้คือแผนที่การเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคา

โดยเราจะสักเกตการเกิดสุริยุปราคาได้จากเส้นสีน้ำเงินบนแผนที่นี้ โดยจะเป็นการเกิดปรากฏการณ์ที่มืดที่สุดจากเงาของดวงจันทร์ที่ชนโลกมีระยะทางกว้างถึง  60 ไมล์ ประเทศอเมริกาเหนือนอกวงที่จะเห็นสุริยุปราคาบางส่วน สุริยุปราคาที่เกิดขึ้นเห็นได้จากชายฝั่งโอเรกอนที่ 10:15 PST  มีความกว้างครอบคลุมทั่วทั้งประเทศที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนได้แก่ touching Oregon, Idaho, Wyoming, Nebraska, Kansas, Missouri, Illinois, Kentucky, Tennessee, North Carolina, Georgia, and South Carolina ก่อนที่จะเคลื่อนตัวออกจากออกทะเลเวลา 04:00 EST

รอบรู้เรื่องสุริยุปราคา

สุริยุปราคาคุณรู้รึป่าวว่าไม่สามารถดูได้ด้วยตาป่าว เพราะด้วยแสงที่อาจทำให้เราแสบตาได้จึงต้องอาศัยอุปกรณ์ช่วยในการมอง คือแว่นกรองแสงที่ออกแบบเฉพาะเอาไว้สำหรับดูสุริยุปราคาที่เราต้องส่องกัลพระอาทิตย์ หรืออีกทางหนึ่งคือการใช้กล้องโทรทรรศน์ที่มีแผ่นกรองแสงปิดบังหน้ากล้อง ประโชยน์ของมันคือหลีกเลี่ยงอันตรายแสงอาทิตย์โดนการมองทางอ้อม เช่น ฉายภาพดวงอาทิตย์ผ่านกล้องโทรทรรศน์หรือกล้องสองตาลงบนฉากรับภาพ ข้อควนระวังในการดูสุริยุปราคาคือ หลีกเลี่ยงวัสดุกรองแสงที่ไม่ปลอดภัยตัวอย่างเช่น กระจกรมควัน แว่นกันแดด กระดาษห่อลูกอม แผ่นดิสเก็ตต์ ฟิล์มเอกซ์เรย์ ฟิล์มถ่ายรูป ไม่ควรนำมาเป็นกล้องในการส่องดูสุริยุปราคา เพราะรังสีอินฟราเรดสามารถทะลุผ่านได้และจะเป็นอันตรายต่อดวงตา ทางเลือกของผู้ที่ไม่มีอุปกรณ์แผ่นกรองแสงอาจใช้วัสดุง่าย ๆ ในบ้านมาช่วยในการสังเกตสุริยุปราคาโดยใช้หลักการของกล้องรูเข็ม สิ่งที่ต้องมีคือกระจกเงาบานเล็ก กระดาษขนาดใหญ่กว่ากระจก มีดคัตเตอร์หรือกรรไกร และเทปกาว วิธีทำคือ นำกระดาษมาเจาะรูเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาด 1 เซนติเมตรและนำไปกระกบกับกระจกด้วยเทปกาว การใช้งานก็ง่ายๆโดยการนำกระจกไปส่องแสงอาทิตย์ให้แสงตกบนผนังสีอ่อน ภาพที่เห็นบนฉากจะเป็นดวงกลมซึ่งเป็นภาพสะท้อนของดวงอาทิตย์ การดูสุริยุปราคาอย่างไม่ถูกต้องอาจทำให้ โดยคนจ้องกับดวงอาทิโดยไม่ได้มีเครื่องป้องกันอาจจะทำให้แสงอาทิตย์ไปรวมกันที่จอประสาทตาทำให้เกิอาการตาบอดได้ เพราะว่าตอนที่เราจ้องกับแสงอาทิตย์เราจะไม่รู้แสงเลยว่าดวงตาของเรากำลังถูกเผาเพราะไม่มีเซลล์รับความรู้สึกของจอตาของเรา

สุริยุปราคาแบบผสม (Hybrid Solar Eclipse)

สุริยุปราคาผสม

นี้ก็คือการเกิดสุริยุปราคาอีกรูปแบบแบบเต็มดวงอีกรูปแบบหนึ่งและสุริยุปราคาแบบวงแหวนในเวลาเดียวกัน เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดจาก โลก ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ เคลื่อนตัวมาอยู่ในระนาบเดียวกันอยู่ในตำแหน่งที่ทำให้มองเห็นขนาดปรากฏของดวงจันทร์และของดวงอาทิตย์มีขนาดเกือบเท่ากัน จึงทำให้เกิดเงามืดและเงา antumbra ของดวงจันทร์ทอดลงมาสูโลก ซึ่งทำให้คนในโลกบางส่วนเห็นเป็นสุริยุปราคาแบบเต็มดวง และอีกในบางส่วนของโลกจะเห็นเป็นสุริยุปราคาวงแหวน จึงมีคนเรียกการเกิดเหตุสุริยุปราคาแบบนี้ว่า annular-total eclipse

สุริยุปราคาบางส่วน (Partial Solar Eclipse)

Partial Solar Eclipse

เป็นการเกิดของปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นโดยการ เกิดจากตำแหน่งของโลก ดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์ ไม่ได้อยู่แถวเส้นตรงเดียวกันระหว่างที่เกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคาทำให้เห็นแต่เงาบางส่วนของดวงจันทร์ที่ทอดผ่านพื้นผิวโลก ซึ่งทำให้เราเห็นดวงจันที่มีลักษณ์เป็นดวงจันทร์เสี้ยว และดวงอาทิตย์มีลักษณะเว้าแหว่งสามารถที่จะมองเห็นได้ตลอดการเกิดตามเส้นทางที่เกิดสุริยุปราคาวงแหวน หรือสุริยุปราคาเต็มดวง

ตัวอย่างการเกิดดูสุริยุปราคาทั่วโลก

ในช่วงเวลาหน่อยของประเทศจีนในช่วงเวลา 14 พฤศจิกายน 2555 ของปะเทศไทยจะเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคาหรือที่เรียกว่าสุริยะคราส ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองในปี พ.ศ. 2555  โดยครั้งนี้เกิดขึ้นในลักษณ์เต็มดวง หรือเรียกว่า Total Solar Eclipse โดยจะเห็นที่ประเทศจีนเท่านั้นประเทศไทยเป็นที่น่าเสียดายที่ไม่ได้เห็นเพราะแนวทางคราสเต็มดวงจะเคลื่อนที่พาดผ่านทางตอนเหนือของทวีปออสเตรเลียและทางตอนใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิก จะสามารถเห็นได้จากทางตอนเหนือของออสเตรเลีย เป็นสถานที่เหมาะแก่การสังเกตปรากฏการณ์การนี้ โดยระยะเวลาในการเกิดปรากฏการณ์ตั้งแต่เริมต้นจนจบเป็นเวลายาวนานถึง 3.1 ชั่วโมงปรากฏการณ์นี้คือการเคลื่อนตัวของดวงจันทร์เมื่อเงาของดวงจันทร์มาเคลื่อนทับพื้นผิวโลก ครั้งนี้เกิดในเวลา 2.30 ตามเวลาในประเทศส่วนสุริยุปราคาเต็มดวงนั้นจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเงามืดของดวงจันทร์เคลื่อนที่มาสัมผัสกับผิวโลกซึ่งจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาประมาณ 03:35 น เงามือนี้จะพาดไปถึงตอนเหนือของรัฐควีนส์แลนด์ (Queensland) ซึ่งพื้นที่ที่เหมาะสมที่สุดในการเป็นตั้งฐานสังเกตการณ์สุริยุปราคาเต็มดวงคือบริเวณเมืองแคนส์ (Cairns) เงามืดนี้จะกินพื้นที่กว้างไปถึง 30 กิโลเมตรก่อนที่เงามืดจะสิ้นสุดเคลื่อนออกในมหาสมุทรบริเวณตอนใต้ของประเทศชิลี เวลา 06:48 และจบการเกิดสุริยุปราคาในเวลา07:46

สุริยุปราคาเต็มดวง (total eclipse)

total eclipse

ในช่วงเวลาหน่อยของประเทศจีนในช่วงเวลา 14 พฤศจิกายน 2555 ของปะเทศไทยจะเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคาหรือที่เรียกว่าสุริยะคราส ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองในปี พ.ศ. 2555  โดยครั้งนี้เกิดขึ้นในลักษณ์เต็มดวง หรือเรียกว่า Total Solar Eclipse โดยจะเห็นที่ประเทศจีนเท่านั้นประเทศไทยเป็นที่น่าเสียดายที่ไม่ได้เห็นเพราะแนวทางคราสเต็มดวงจะเคลื่อนที่พาดผ่านทางตอนเหนือของทวีปออสเตรเลียและทางตอนใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิก จะสามารถเห็นได้จากทางตอนเหนือของออสเตรเลีย เป็นสถานที่เหมาะแก่การสังเกตปรากฏการณ์การนี้ โดยระยะเวลาในการเกิดปรากฏการณ์ตั้งแต่เริมต้นจนจบเป็นเวลายาวนานถึง 3.1 ชั่วโมง ปรากฏการณ์นี้คือการเคลื่อนตัวของดวงจันทร์เมื่อเงาของดวงจันทร์มาเคลื่อนทับพื้นผิวโลก ครั้งนี้เกิดในเวลา 2.30 ตามเวลาในประเทศส่วนสุริยุปราคาเต็มดวงนั้นจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเงามืดของดวงจันทร์เคลื่อนที่มาสัมผัสกับผิวโลกซึ่งจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาประมาณ 03:35 น เงามือนี้จะพาดไปถึงตอนเหนือของรัฐควีนส์แลนด์ (Queensland) ซึ่งพื้นที่ที่เหมาะสมที่สุดในการเป็นตั้งฐานสังเกตการณ์สุริยุปราคาเต็มดวงคือบริเวณเมืองแคนส์ (Cairns) เงามืดนี้จะกินพื้นที่กว้างไปถึง 30 กิโลเมตรก่อนที่เงามืดจะสิ้นสุดเคลื่อนออกในมหาสมุทรบริเวณตอนใต้ของประเทศชิลี เวลา 06:48 และจบการเกิดสุริยุปราคาในเวลา07:46

สุริยุปราคาวงแหวน (Annular Solar Eclipse)

Annular Solar Eclipse

สุริยุปราคาวงแหวน เกิดขึ้นจากที่ดวงจันทร์มีวงโคจรที่ค่อนข้างรี นี้ก็คือสาเหตุที่ทำให้ดวงจันทร์บางครั้งก็อยู่ใกล้บางครั้งก็อยู่ไกลจากโลก ถ้าเกิดสุริยุปราคาในช่วงที่ดวงจันทร์อยู่ตำแหน่งไกลจากโลกมองเรามองไปจะเห็นดวงจันทร์มีขนาดเล็กกว่าดวงอาทิตย์ ซึ่งก็จะทำให้ดวงจันทร์บดบังพระอาทิตย์ได้ไม่หมด จึงทำให้เรามองเห็นเป็นดวงอาทิตย์ลักษณ์เป็นแสงวงแหวน เมื่อเกิดเหตุการณ์สามารถมองเห็นได้จากบนโลก โดยเราจะเห็นเงามืดที่ทอดแสงมาสู่โลกของเรา แต่จะเป็นเงา antumbra ที่ทอดไปถึงโลกแทน ส่วนเส้นทางที่เงา antumbra พาดผ่านบนพื้นโลกเรียกว่า path of annularity และตลอดเส้นทางนี้เราจะเห็นสุริยุปราคาแบบวงแหวน

ประสบการณ์ที่น่าสนใจเรื่องฝนดาวตก

ฝนดาวตก

จำได้ว่าถ้าเมื่อไหร่มีประกาศว่าจะเกิดฝนดาวตกที่จังหวัดไหนขึ้น คลื่นมหาชนจะพากันหลั่งไหลเตรียมอุปกรณ์ส่องดาวกันไปจับจองที่นั่งเพื่อเฝ้าดูปรากฎการณ์นี้ เพราะไม่ใช่ว่าจะมีฝนดาวตกมาให้เราได้ชมกันบ่อย แต่เคยสงสัยกันไหมว่า แล้วเจ้าฝนดาวตกเนี่ยมันเกิดขึ้นได้อย่างไร วันนี้เราจะพาคุณไปไขความจริงกันคะ ฝนดาวตก (Meteor shower) เกิดจากฝุ่นของดาวหาง เมื่อไหร่ที่ดาวหางมีการโคจรรอบดวงอาทิตย์ มันจะปล่อยอนุภาคออกมาเป็นทางยาวทิ้งไว้ในวงโคจร นักดาราศาสตร์จะเรียกกันว่า “ธารอุกกาบาต” (Meteor stream) ซึ่งถ้าเป็นดาวหางที่มีขนาดใหญ่ก็จะทำให้เกิดธารอุกกาบาตขนาดใหญ่และมีอนุภาคจำนวนมาก ในทางกลับกันหากเป็นดาวหางที่ขนาดเล็กและเก่าแก่ก็จะมีธารอุกกาบาตที่มีขนาดเล็ก และมีอนุภาคจำนวนน้อย กล่าวคือถ้าช่วงที่โลกได้โคจรผ่านเข้าไปในกลุ่มธารอุกาบาตในขณะที่ดาวหางเพิ่งจะผ่านพ้นไปก็จะทำให้เกิดฝนดาวตกเป็นจำนวนมาก แต่ถ้าหากดาวหางโคจรผ่านไปนานแล้วก่อนที่โลกจะครจรมาถึง ฝนดาวตกก็จะเกิดจำนวนน้อย ฝนดาวตกจะมีความแตกต่างกับดาวตกโดยทั่วไป (ในแต่ละคืนจะมีดาวตกเพียงแค่ไม่กี่ดวง) และไม่ได้ตกมายังจุดเดียวกันทั้งหมด แต่ฝนดาวตกจะมีดาวตกจำนวนมาก (บางคืนจะอยู่ในช่วงระหว่างหลักสิบดวงจนถึงหลายหมื่นดวงขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของธารอุกาบาตที่โลกโคจรผ่าน) ฉะนั้นเมื่อไหร่ที่เราพบเห็นฝนดาวตกแล้วลองลากเส้นย้อนกลับไปยังทิศทางที่ดาวแต่ละดวงตกลงมา จะพบว่าแต่ละเส้นตัดกันที่บริเวณเดียวกันเรียกได้ว่า “เรเดียนท์” ซึ่งฝนดาวตกจะมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไปตามตำแหน่งของเรเดียนท์ในแต่ละกลุ่มดาว เช่น ฝนดาวตกลีโอนิดส์ (Leonids) มีเรเดียนท์ที่อยู่ในกลุ่มดาวสิงห์โต (Leo) เป็นต้น ฝนดาวตกอาจจะมีให้เห็นเป็นประจำทุกปี แต่ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญอย่างอื่นด้วย เช่น สภาพอากาศ เวลาขึ้นตกของดวงจันทร์ และเลือกสถานที่มืดปราศจากแสงรบกวน เพราะแสงของฝนดาวตกจะไม่สว่างมาก จึงไม่สามารถที่จะสู้กับแสงจันทร์หรือแสดงจากเมืองได้ ยกเว้นก็เพียงดาวตกดวงใหญ่ที่เรียกว่า “ไฟร์บอล”(Fireball) ซึ่งนานๆครั้งถึงจะปรากฎให้มนุษย์ได้พบเห็น ฉะนั้นใครที่อยากเห็นความสวยงามของปรากฎการณ์ของฝนดาวตกก็ต้องฟังข่าวสารให้ดีๆ และเตรียมตัวอุปกรณ์ให้พร้อม รวมทั้งร่างกายด้วยเช่นกัน เพราะว่าฝนดาวตกมักเกิดขึ้นในช่วงเวลากลางคืนบางครั้งเราอาจจะต้องไปนั่งตากน้ำค้างรอ แต่รับรองว่าคุณจะคุ้มค่าในการเฝ้ารอแน่นอนคะ